อ้างปลุกเสกโดยไม่เห็นวัดก็ปัดความรับผิดชอบ
"ขุนแผนโคโยตี้" ร้อนตัว วัดเซิงหวายจัดแถลงข่าวสื่อมวลชน ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำใดๆทั้งสิ้น อ้างเป็นเพียงเครื่องรางที่ลูกศิษย์ทำมาให้พระอาจารย์อึ่งช่วยอธิษฐานจิตเท่านั้น ส่วนผู้จัดทำออกมาขอโทษ ประสาน เสียงไม่ใช่พระและไม่เคยเข้าพิธีปลุกเสก โยนสื่อนำไปตีแผ่เองว่าเป็น "พระขุนแผน" ส่วนที่พระอาจารย์ชื่อดังไม่มาร่วมแถลงข่าว เพราะมีภารกิจเดินทางไปต่างจังหวัด
กรณีวัดเวตวันธรรมาวาส หรือวัดเซิงหวาย ย่านบางซื่อ จัดทำวัตถุเลียนแบบพระขายให้คนหลงเชื่อ เรียกว่า "ขุนแผนโคโยตี้" ที่มีรูปทรงเหมือนพระขุนแผน ด้านหลังมีรูปผู้หญิงโป๊เปลือย ยืนใส่กางเกงชั้นในจีสตริงหันหลัง เกาะปลัดขิก ขายให้ประชาชนอันละ 500 บาท จน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ต่อมาสำนักเลขาธิการมหาเถร สมาคม (มส.) ออกมาตำหนิวัดเซิงหวายที่เป็นผู้จัดทำ วัตถุดังกล่าวด้วย
ความคืบหน้าที่วัดเวตวันธรรมาวาส เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 เม.ย. พระมนตรี ประภาธโร เลขานุการเจ้าอาวาสวัด พระอาจารย์สมชาย ธัมมลโต พระปกครองวัด นายสมศักดิ์ ว่องไว ไวยาวัจกร นายสมเกียรติ ทองสุก ผู้จัดทำขุนแผนโคโยตี้ รุ่น 1 และนายรัชชานนท์ พวงสมบัติ ผู้จัด ทำขุนแผนโคโยตี้ รุ่น 2 ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการจัดทำ ขุนแผนโคโยตี้ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากมหาเถรสมาคมและชาวพุทธจำนวนมาก
พระมนตรีกล่าวชี้แจงเพียงสั้นๆว่า วัดไม่ได้มีส่วน เกี่ยวข้องการจัดทำขุนแผนรุ่นดังกล่าว แต่เป็นเรื่องของลูกศิษย์ลูกหาที่มีความศรัทธาพระอาจารย์สุเทพ สุทธสีโล หรือ "พระอาจารย์อึ่ง" จึงนำมาให้เป็นผู้อธิษฐานจิตเครื่องรางเป็นการส่วนตัวเท่านั้น วัดไม่รู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ด้านพระอาจารย์สมชายกล่าวว่า จากการสอบถาม พระอาจารย์อึ่งทราบว่าท่านไม่รู้ว่าขุนแผนในกล่องที่ลูกศิษย์นำมาให้อธิษฐานจิตมีลักษณะไม่เหมาะสม แต่ หลังอธิษฐานจิตเสร็จเปิดออกดูพบว่ามีภาพที่ไม่เหมาะสม จึงแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ไปหมดไม่เก็บไว้ ปรากฏว่าหลัง แจกออกไป พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่อยู่ในละแวกวัดเกิดความต้องการชาวบ้านจึงแห่มาสอบถามว่ายังมีเหลือ อยู่อีกหรือไม่ ทางวัดตอบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ จัดทำ เป็นการกระทำของพระอาจารย์อึ่งที่นั่งอธิษฐานจิต เครื่องรางให้กับลูกศิษย์ภายในกุฏิของท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้น
นายสมเกียรติผู้จัดทำเครื่องรางขุนแผนโคโยตี้ รุ่น 1 กล่าวว่า ไม่ได้เป็นคนคิดทำขุนแผนโคโยตี้ขึ้นมาเอง แต่ได้แบบพิมพ์มาจากเพื่อนที่ต้องการทำ เพื่อมาแจกให้กับเพื่อนในกลุ่มที่รู้จักกัน ตนเป็นเพียงผู้อาสานำมาให้พระอาจารย์อึ่งอธิษฐานจิตประมาณ 2,000 ชิ้นเท่านั้น เนื่องจากรู้จักเป็นอย่างดี ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น
ส่วนนายรัชชานนท์กล่าวว่า ขุนแผนโคโยตี้ตนไม่ขอเรียกว่าเป็นพระ แต่ขอเรียกว่าเครื่องราง ยอมรับ ว่าเป็นผู้จัดทำรุ่น 2 เนื่องจากวัดต้องการบูรณะซ่อมแซมหลังคาวิหาร พอลูกศิษย์ลูกหามาบริจาคเงินซื้อกระเบื้องจำนวนมาก ทราบว่าที่วัดมีขุนแผนโคโยตี้ที่มีคนต้องการ จึงจัดทำเพื่อตอบแทนให้กับทุกคน แต่รุ่น 2 นี้ตัดรูปผู้หญิงเปลือยและรูดปลัดขิกที่อยู่ด้านหลังออกไป แผ่นด้าน หลังจึงเรียบธรรมดาไม่มีลวดลาย แต่ฝังแร่มงคลลงไปแทน
"หลังจากเป็นข่าวด้านลบ อยากกราบขอโทษชาวพุทธทุกคน เสียใจที่ทำให้วัดและพระอาจารย์อึ่งเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่หลังจากเป็นข่าวขึ้นมา พระอาจารย์อึ่งเดินทาง ไปกราบเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเจ้าคณะแขวงและพระสงฆ์ ชั้นผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีการสั่งลงโทษเป็น ลายลักษณ์ อักษรมายังพระอาจารย์แต่อย่างใด เรื่องนี้จึงไม่น่า จะเป็น การทำผิด" นายรัชชานนท์กล่าวพร้อมยกมือไหว้ ขอโทษ
นายสมศักดิ์กล่าวว่า พระอาจารย์อึ่งเป็นพระที่มีลูกศิษย์ลูกหาเลื่อมใสจำนวนมาก ข่าวที่ออกไปน่าจะเป็น เรื่องเข้าใจผิด ขอยืนยันว่าทางวัดไม่ได้ทำพิธีกรรมปลุกเสก แต่อย่างใด ที่สื่อนำไปลงว่าเป็นพระขุนแผนก็ไม่น่าจะใช่ เพราะในตัวเครื่องรางด้านหน้าเป็นรูปขุนแผนสะพายดาบ และอุ้มเด็ก จะเป็นพระได้อย่างไร สื่อไปเขียนว่าเป็นพระกันเอาเอง เรื่องนี้จึงไม่ใช่ความผิดของวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อสอบถามถึงพระอาจารย์ อึ่งว่าทำไมไม่อยู่ในการแถลงข่าว ลูกศิษย์ตอบว่า พระอาจารย์ มีภารกิจไปต่างจังหวัด ไม่สามารถอยู่ร่วมในการแถลงข่าวชี้แจง
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น