วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ชี้มวยเด็ด 04/02/53

"โกลาย"จัดศึกเกียรติยงยุทธวันนี้ฟอร์มคู่คี่
ลูกนิมิต จิตใจสู้กว่า จะชนะ เมธาวิน ท้ายๆ
ทัพหลัง-วุฒิเดช-คมกริช-พลายแก้ว-ดี

เวทีราชดำเนิน วันพฤหัสบดีที่ 4 ก.พ. (วันนี้) เป็นรายการมวย ศึกเกียรติยงยุทธ จัดโดยโปรโมเตอร์ "โกลาย" ยงยุทธ เลอวิศิษฎ์ คู่มวยคู่คี่ เก็บค่าดู 230-460-2,000 บาท "ชัย ศิษย์ อ.บี้" ขอวิจารณ์ไปตามฝีมือดังนี้

ดี ส.เพลินจิต มวยจังหวะฝีมือเตะต่อยหมัดแทงเข่าแม่นยำฉลาดกว่า จะชนะ ซุปเปอร์เจ๋ง ศิษย์พ่อหนู 111 ป.

หาญศึกเล็ก ตำนานลาวตรัง มวยแข็งแกร่งเตะเข่าในปล้ำตีเหนียวแน่นมีฮึดตลอด จะชนะ ซุปเปอร์เอ็กซ์ สิงห์พล ร.5 104 ป.

พลายแก้ว เกียรติบางโพ (ชนะคะแนน บุญถาวร ฝนจางชลบุรี ที่ รดน.) มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงกว่า จะชนะ แสนเก่ง พีเคพี.สปอร์ต (ชนะคะแนน เลิศเพชร เพชรสมนึก ที่ รดน.) มวยจังหวะเตะแทงเข่าปล้ำตีคล่อง ชนิดสนุก 99 ป.

เพชรเงินทอง ผ่องจำเนียร มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าศอกรุนแรงมีฮึดตลอดแต่เข่าในเป็นรอง จะแพ้ คมกริช ศิษย์จ่าไหว มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรง ฟิตซ้อมเตรียมตัวมาแก้มือชนิดสนุกพลิกไปมาอีกครั้ง (ฟอร์มหลัง เพชรเงินทอง ชนะคะแนน คมกริช ที่ รดน.) 112 ป.

วันชนะ ศิษย์นิวัฒน์ (แพ้ทีเคโอ ทองแท่ง เมืองสีมา ยก 3 ที่ รดน.) มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงแต่เสียดสีมียุบ จะแพ้ วุฒิเดช ศิษย์จ่าไหว (แพ้คะแนน หาญนที ว.วิวัฒนานนท์ ที่ รดน.) มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรง ชนิดแย่งกันเกิด 126 ป.

ทัพหลัง โตโยต้าระยอง (แพ้คะแนน เพชรเอก เกียรติยงยุทธ ที่ รดน.) มวยจังหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงเก๋าเกมกว่า จะชนะ หาญนที (ไซง่อน) ว.วิวัฒนานนท์ (ชนะคะแนน วุฒิเดช ศิษย์จ่าไหว ที่ รดน.) มวยแข็งแกร่งเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงมีฮึดตลอดแต่กระดูกเป็นรอง 125 ต่อ 127 ป.

ลูกนิมิต สิงห์คลองสี่ (ชนะคะแนน ผุดผาดน้อย เมืองสีมา ที่ รดน.) มวยทรหดเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรงจิตใจสู้มีฮึดตลอดชื่อชั้นเหนือกว่า จะชนะ เมธาวิน ช.สังข์ประไพ (แพ้คะแนน เก้าแดง สุรพิชญ์ฟาร์ม ที่ ลพน.) มวยจะหวะเตะต่อยหมัดแทงเข่าปล้ำตีรุนแรง ฉลาดแต่ปะทะยืดเยื้อเป็นรองท้ายๆ 119 ป.

โคบี้ แก้วสัมฤทธิ์ (ออสเตรเลีย) จะแพ้ วิลเลี่ยม เกียรติกำธร (สวีเดน) 151 ป.

นพฤทธิ์ ต.พรชัย มวยแข็งแกร่งเตะเข่าในปล้ำตีเหนียวแน่น จะชนะ สิบเวร ต.ชูชีพ 90 ป. o บอระบือ ป.รุ่งเรือง จะแพ้ ป้อมเพชร เหลี่ยมธนวัฒน์ 113 ป.

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เฟดเอ็กซ์เข้า รอบรอง โยโควิชไม่พลาด

เบอร์หนึ่งของโลก หวดชนะ เพื่อนร่วมชาติสบายๆ 2เซตรวด ขณะที่ "เดอะ โจเกอร์" เป็นฝ่ายพลาดท่าไปก่อนแต่พลิกกลับมาเข้ารอบสำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้(7พ.ย.) ผลการแข่งขันเทนนิส เอทีพีทัวร์ รายการ สวิสส์ อินดอร์ส ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ผลปรากฏว่า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มือหนึ่งของโลกเจ้าถิ่น ทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือกรายการในบ้านตัวเองได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะ เยฟเกนี โคโรเลฟ นักหวดชาวรัสเซียสบายๆ 2เซตรวด 6-3,6-2

อย่างไรก็ตาม ความหวังของแฟนเทนนิสเจ้าถิ่นที่อยากเห็นสองนักหวดชาวสวิตเซอร์แลนด์ผ่านเข้าชิงด้วยกันเองต้องผิดหวังกันไปตามๆ กัน เมื่อโนวัค โยโควิช ใช้ความเก๋า เป็นฝ่ายพ่ายไปในเซตแรกให้กับ สตานิสลาฟ วาฟรินกาไป นักหวดเจ้าถิ่น ทว่า ในสองเซตต่อมา นักหวดมือสามของโลก ก็ตีได้อย่างสมราคา ด้วยการพลิกกัลบมาชนะในสองเซตหลัง ด้วยคะแนน 3-6,7-6,6-2

"เฟดเอ็กซ์" มือหนึ่งของโลก จะเข้าไปพบกับ มาร์โก ชิวดิเนลลี นักหวดเพื่อนร่วมชาติในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่ โนวัค โยโควิช จะชนกับ ราเด็ค สเตฟาเน็ค นักหวดมือ 14 ของโลก ชาวเช็กต่อไป ซึ่งรอบรองชนะเลิศทั้งสองคู่ จะทำการแข่งขันกันในวันนี้ ก่อนจะหวด

วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

พรรคการเมืองใหม่ประเมิน1ปีให้รัฐบาลสอบตก

ฉียดฉิว แนะนายกฯเลิกจ้อ จี้แก้ปัญหาเกิดรูปธรรม ...

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำการพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) มีการแถลงข่าวประเมินผลงานใน 1 ปี ที่ผ่านมาของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยมีการแบ่งประเมินผลงานรัฐบาลเป็น 5 ประเด็น ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง และการปราบปรามการคอรัปชั่น โดย นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรค ก.ก.ม. กล่าวว่า พรรคการเมืองใหม่ได้ร่วมกันประเมินความเห็น ผลงานในรอบ 1 ปีของรัฐบาล โดยมีเพียงด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเท่านั้นที่มีผลสอบผ่าน โดยได้คะแนนประเมิน 2.35 จากคะแนนเต็ม 4 เนื่องจากเห็นว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้ความพยายามมุ่งดำเนินการตามโครงการต่างๆ ที่ประชาชนได้รับประโยชน์ อาทิ โรงการเช็คช่วยชาติ เป็นการต่อยอดโครงการลดค่าครองชีพ โครงการต้นกล้าอาชีพ ตลอดโครงการทางสังคม ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ตามโครงการ “ไทยเข้มแข็ง” ที่ได้ออกกฎหมายกู้เงินทั้ง 2 ฉบับ รวมเป็นเงิน 8 แสนล้านบาทนั้น ได้สร้างความเชื่อมั่นระดับหนึ่งให้กับนักลงทุน

อย่างไรก็ดี แม้รัฐบาลจะสอบผ่านด้านเศรษฐกิจ แต่นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลค่อนข้างจะล้มเหลวไม่ชัดเจนในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว อย่างด้านพลังงาน การขนส่ง ภาษี หรือการพัฒนาตลาดลงทุน แก้หนี้เกษตรกร ที่เป็นเรื่องที่ควรจะทำ ขณะเดียวกันโครงการชุมชนพอเพียงที่รัฐบาลจะให้มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้นำมาประยุกต์ใช้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังได้ปล่อยให้มีการทุจริตคอรัปชั่นอีกด้วย

สำหรับผลงานของรัฐบาลด้านสังคมในรอบ1ปี ที่ผ่านมา ถือว่าสอบไม่ผ่านเช่นกัน โดยคิดเป็นคะแนนได้ 1.85 จากคะแนนเต็ม 4 เนื่องจากการทำงานของรัฐบาลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวยัง เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ทั้งปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าที่มีแนวโน้มจะกลับมาระบาดมากขึ้น ปัญหาความรุนแรงทางเพศ การค้าขายบริการทางเพศของวัยรุ่นที่มีแนวโน้มมากขึ้น ปัญหาการปฏิรูปการศึกษา ที่โครงการเรียนฟรี 15 ปี ไม่ได้ฟรีจริง

ในส่วนของการประเมินผลงานของรัฐบาลด้านการเมืองว่า รัฐบาลยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในการดำเนินตามนโยบายที่เคยประกาศไว้ โดยติดกับดักกับคำว่า สมานฉันท์ ที่ไม่มีนิยามชัดเจน ทำให้ไม่กล้าตัดสินใจจัดการกับปฏิบัติการที่ไม่ถูกต้องของเครือข่ายระบอบทักษิณ ปล่อยให้ความไม่ถูกต้องเป็นเชื้อร้ายที่ไม่สามารถจัดการได้ ส่งผลให้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่เกรงกลัวรัฐบาลและกฎหมายบ้านเมือง ซ้ำยังถูกฝ่ายตรงข้ามใช้ต่างประเทศเป็นฐานที่มั่นโจมตีรัฐบาลจึงถือว่า สอบตก ได้คะแนน 1.50 จากคะแนนเต็ม 4

ด้านผลงานรัฐบาลด้านความมั่นคง ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาถือว่า สอบไม่ผ่าน โดยได้คะแนนเพียง 1.6 จากคะแนนเต็ม 4 เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการอะไรที่ชัดเจน ซึ่งถ้าแบ่งงานด้านความมั่นคงออกเป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่ 1. ด้านการปกป้องสถาบัน รัฐบาลยังไม่มีมาตรการและการดำเนินการที่จริงจังกับกลุ่ม-ขบวนการที่ทำลายล้างสถาบันในรูปแบบต่างๆ ส่วนที่ 2. การปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่รัฐบาลยังไม่มีนโยบายการบริหารจัดการที่ดี ปล่อยให้การทำงานและโยกย้ายนายตำรวจอยู่ภายใต้อิทธิพลของการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ 3.ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลไม่มีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา มีเพียงการทุ่มงบประมาณเพิ่ม ทำให้ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมชัดเจน 4. กรณีสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา แม้ว่า รัฐบาลจะใช้ความอดทนได้ดีในระดับหนึ่ง รวมถึงการประกาศยกเลิก MOU2544 นั่น แม้จะเป็นท่าทีที่ถูกต้อง แต่ในภาพรวมยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ส่วนผลงานรัฐบาลทางด้านการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดของรัฐบาล เพราะได้คะแนนเพียง 1.2 จากคะแนนเต็ม 4 คะแนน ถือว่า สอบตก เนื่องจากการทุจริตได้เกิดขึ้นแทบทุกกระทรวง ทบวง กรม อาทิเรื่อง ปลากระป๋องเน่า ข้าวสารเน่า ข้าวโพดเน่า นมโรงเรียน เป็นต้น

นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมิองใหม่ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการตั้งฉายาให้กับรัฐบาล บุคคลในหลายๆกลุ่มหรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยที่เป็นฝ่ายค้านก็ได้ตั้งฉายาให้กับบุคคลอื่น ไม่ทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ดังนั้นตนอยากเมื่อฝ่ายค้านตั้งฉายาให้กับรัฐบาลได้ ดังนั้นจึงขอตั้งฉายาให้กับฝ่ายค้านบ้างว่า เป็นเพียง “โคโยตี้งานวัด” เนื่องจากที่ผ่านมาฝ่ายค้าน ค้านทุกเรื่องอย่างไม่มีกาละเทศะ เพียงขอให้ป่วนรัฐบาลได้เป็นพอ เปรียบเสมือนนักเต้นที่เต้นไม่รู้ที่รู้ทางไม่รู้กาละเทศะ แทนที่จะเต้นในผับในบาร์ กลับไปเต้นในงานวัดแทน

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คนทำขุนแผนรับผิดแทนพระ

อ้างปลุกเสกโดยไม่เห็นวัดก็ปัดความรับผิดชอบ

"ขุนแผนโคโยตี้" ร้อนตัว วัดเซิงหวายจัดแถลงข่าวสื่อมวลชน ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำใดๆทั้งสิ้น อ้างเป็นเพียงเครื่องรางที่ลูกศิษย์ทำมาให้พระอาจารย์อึ่งช่วยอธิษฐานจิตเท่านั้น ส่วนผู้จัดทำออกมาขอโทษ ประสาน เสียงไม่ใช่พระและไม่เคยเข้าพิธีปลุกเสก โยนสื่อนำไปตีแผ่เองว่าเป็น "พระขุนแผน" ส่วนที่พระอาจารย์ชื่อดังไม่มาร่วมแถลงข่าว เพราะมีภารกิจเดินทางไปต่างจังหวัด

กรณีวัดเวตวันธรรมาวาส หรือวัดเซิงหวาย ย่านบางซื่อ จัดทำวัตถุเลียนแบบพระขายให้คนหลงเชื่อ เรียกว่า "ขุนแผนโคโยตี้" ที่มีรูปทรงเหมือนพระขุนแผน ด้านหลังมีรูปผู้หญิงโป๊เปลือย ยืนใส่กางเกงชั้นในจีสตริงหันหลัง เกาะปลัดขิก ขายให้ประชาชนอันละ 500 บาท จน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ต่อมาสำนักเลขาธิการมหาเถร สมาคม (มส.) ออกมาตำหนิวัดเซิงหวายที่เป็นผู้จัดทำ วัตถุดังกล่าวด้วย

ความคืบหน้าที่วัดเวตวันธรรมาวาส เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 เม.ย. พระมนตรี ประภาธโร เลขานุการเจ้าอาวาสวัด พระอาจารย์สมชาย ธัมมลโต พระปกครองวัด นายสมศักดิ์ ว่องไว ไวยาวัจกร นายสมเกียรติ ทองสุก ผู้จัดทำขุนแผนโคโยตี้ รุ่น 1 และนายรัชชานนท์ พวงสมบัติ ผู้จัด ทำขุนแผนโคโยตี้ รุ่น 2 ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการจัดทำ ขุนแผนโคโยตี้ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากมหาเถรสมาคมและชาวพุทธจำนวนมาก

พระมนตรีกล่าวชี้แจงเพียงสั้นๆว่า วัดไม่ได้มีส่วน เกี่ยวข้องการจัดทำขุนแผนรุ่นดังกล่าว แต่เป็นเรื่องของลูกศิษย์ลูกหาที่มีความศรัทธาพระอาจารย์สุเทพ สุทธสีโล หรือ "พระอาจารย์อึ่ง" จึงนำมาให้เป็นผู้อธิษฐานจิตเครื่องรางเป็นการส่วนตัวเท่านั้น วัดไม่รู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ด้านพระอาจารย์สมชายกล่าวว่า จากการสอบถาม พระอาจารย์อึ่งทราบว่าท่านไม่รู้ว่าขุนแผนในกล่องที่ลูกศิษย์นำมาให้อธิษฐานจิตมีลักษณะไม่เหมาะสม แต่ หลังอธิษฐานจิตเสร็จเปิดออกดูพบว่ามีภาพที่ไม่เหมาะสม จึงแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ไปหมดไม่เก็บไว้ ปรากฏว่าหลัง แจกออกไป พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่อยู่ในละแวกวัดเกิดความต้องการชาวบ้านจึงแห่มาสอบถามว่ายังมีเหลือ อยู่อีกหรือไม่ ทางวัดตอบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ จัดทำ เป็นการกระทำของพระอาจารย์อึ่งที่นั่งอธิษฐานจิต เครื่องรางให้กับลูกศิษย์ภายในกุฏิของท่านเพียงผู้เดียวเท่านั้น

นายสมเกียรติผู้จัดทำเครื่องรางขุนแผนโคโยตี้ รุ่น 1 กล่าวว่า ไม่ได้เป็นคนคิดทำขุนแผนโคโยตี้ขึ้นมาเอง แต่ได้แบบพิมพ์มาจากเพื่อนที่ต้องการทำ เพื่อมาแจกให้กับเพื่อนในกลุ่มที่รู้จักกัน ตนเป็นเพียงผู้อาสานำมาให้พระอาจารย์อึ่งอธิษฐานจิตประมาณ 2,000 ชิ้นเท่านั้น เนื่องจากรู้จักเป็นอย่างดี ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

ส่วนนายรัชชานนท์กล่าวว่า ขุนแผนโคโยตี้ตนไม่ขอเรียกว่าเป็นพระ แต่ขอเรียกว่าเครื่องราง ยอมรับ ว่าเป็นผู้จัดทำรุ่น 2 เนื่องจากวัดต้องการบูรณะซ่อมแซมหลังคาวิหาร พอลูกศิษย์ลูกหามาบริจาคเงินซื้อกระเบื้องจำนวนมาก ทราบว่าที่วัดมีขุนแผนโคโยตี้ที่มีคนต้องการ จึงจัดทำเพื่อตอบแทนให้กับทุกคน แต่รุ่น 2 นี้ตัดรูปผู้หญิงเปลือยและรูดปลัดขิกที่อยู่ด้านหลังออกไป แผ่นด้าน หลังจึงเรียบธรรมดาไม่มีลวดลาย แต่ฝังแร่มงคลลงไปแทน

"หลังจากเป็นข่าวด้านลบ อยากกราบขอโทษชาวพุทธทุกคน เสียใจที่ทำให้วัดและพระอาจารย์อึ่งเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่หลังจากเป็นข่าวขึ้นมา พระอาจารย์อึ่งเดินทาง ไปกราบเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเจ้าคณะแขวงและพระสงฆ์ ชั้นผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีการสั่งลงโทษเป็น ลายลักษณ์ อักษรมายังพระอาจารย์แต่อย่างใด เรื่องนี้จึงไม่น่า จะเป็น การทำผิด" นายรัชชานนท์กล่าวพร้อมยกมือไหว้ ขอโทษ

นายสมศักดิ์กล่าวว่า พระอาจารย์อึ่งเป็นพระที่มีลูกศิษย์ลูกหาเลื่อมใสจำนวนมาก ข่าวที่ออกไปน่าจะเป็น เรื่องเข้าใจผิด ขอยืนยันว่าทางวัดไม่ได้ทำพิธีกรรมปลุกเสก แต่อย่างใด ที่สื่อนำไปลงว่าเป็นพระขุนแผนก็ไม่น่าจะใช่ เพราะในตัวเครื่องรางด้านหน้าเป็นรูปขุนแผนสะพายดาบ และอุ้มเด็ก จะเป็นพระได้อย่างไร สื่อไปเขียนว่าเป็นพระกันเอาเอง เรื่องนี้จึงไม่ใช่ความผิดของวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อสอบถามถึงพระอาจารย์ อึ่งว่าทำไมไม่อยู่ในการแถลงข่าว ลูกศิษย์ตอบว่า พระอาจารย์ มีภารกิจไปต่างจังหวัด ไม่สามารถอยู่ร่วมในการแถลงข่าวชี้แจง

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ขุนแผนโคโยตี้ดัง ม็อบพึ่งคุณพระช่วย

"ขุนแผนโคโยตี้"...วัดเซิงหวายเป็นข่าวดังสะท้านวงการเครื่องรางของขลัง แต่ในแวดวงม็อบคนเสื้อแดง กระแสพระเครื่อง...ที่ใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวหัวใจให้แกล้วกล้า ยังไปได้สวย

"สภาวะอย่างนี้ เพื่อความอุ่นใจ...ต้องหาพระมาห้อยคอ แล้วอย่าลืมเรามาที่นี่ถือว่าทำความดีสุดๆ พระท่านย่อมคุ้มครองเรามิใช่หรือ"

สมพงษ์ สระทองธรรม วัย 52 ปี สมาชิกคนเสื้อแดง อำเภอเมืองจังหวัดมหาสารคาม บอก

ว่าแล้วสมพงษ์ก็ออกไปเดินตระเวนเช่าพระมาจากร้านแบกะดินข้างๆโรงแรมรัตนโกสินทร์ เป็นพระเหรียญ 7 องค์รวด ก่อนที่จะบอกว่า... "ดีใจที่ได้พระดังๆทั้งหมด"



พูดไม่ทันจบสมพงษ์ก็ปลดกระดุมเสื้อ เผยให้เห็นสร้อยสเตนเลส พร้อมพระเลี่ยมใส่ตลับพลาสติกแขวนอยู่ 7 องค์

องค์แรกเลย...เป็นเหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง องค์ที่สอง... เหรียญหลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ องค์ที่สาม...เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม องค์ที่สี่...เหรียญหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า องค์ที่ห้า...เหรียญรูปจอบ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน

องค์ที่หก... เหรียญหลวงพ่อฝาง วัดอุดมคงคาคีรีเขตต์ องค์สุดท้าย...องค์ที่เจ็ด เหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้

สมพงษ์บอกอย่างภาคภูมิว่า "ผมเช่ามาในราคาองค์ละ 20 บาท แต่เป็นเงินแค่ 120 บาท...คนให้เช่าใจดีแถมให้ 1 องค์ จากนั้นก็ไปซื้อตลับพลาสติกสำเร็จรูปมาใส่อีก 130 บาท สร้อยอีก 60 บาท รวมแล้วทั้งคอหมดไป 310 บาท...ถือว่าไม่แพง"

ถามว่า...รู้หรือไม่ว่า พระที่เช่ามานั้นเป็นพระเทียม หรือของปลอมที่มาหลอกขาย

สมพงษ์ยิ้มๆแล้วบอกว่า ทำไมจะไม่รู้ พระแท้ๆราคา 20 บาท คงไม่มีแน่ ที่เช่ามาถ้าเป็นพระแท้ คนขายบอกว่า ราคาจะอยู่ที่ 5 ถึง 10 ล้านบาท

และ...เขาก็ไม่ได้หลอกขาย คนขายเขาบอกว่า แขวนไปเลย ขอให้เราตั้งจิตอธิษฐานให้ดีบอกกล่าวท่านแต่ละองค์อย่างใจบริสุทธิ์ว่า "เรามาทำอะไร ก็ขอให้ท่านช่วยคุ้มครองเรา ทุกย่างก้าวและทุกลมหายใจ"

คนขายบอกกับสมพงษ์อีกว่า เมื่อเราบริสุทธิ์ใจ พลังแห่งพุทธคุณจะเกิดขึ้นกับพระทุกองค์ที่ไม่ได้ผ่านการปลุกเสกทันที และบางทีอาจดีกว่าของแท้

เพราะ...เคยมีประวัติที่เล่าสืบกันมาแล้ว

สมพงษ์ฟังมาก็ยังรู้สึกเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง บอกตรงๆว่า เท็จจริงหรือไม่...ไม่ทราบ แต่คนขายเล่าว่า มีชายคนหนึ่งเช่าปลอมแท้ๆ เป็นพระสมเด็จฯ 3 ชั้นไปแค่ 10 บาท จากนั้นก็อธิษฐานจิตบอกกล่าวกับสมเด็จฯ วัดระฆัง เลี่ยมคล้องคออย่างดี...



เสมือนรู้...อนาคตว่าจะเกิดเหตุร้าย

"ชายคนนี้มีหน้าที่ขับรถประจำของเสี่ย มีมือปืน 3 คน ระดมยิงใส่รถ ใครเห็นรถก็ต้องบอกว่าตายหมดทั้งคันแน่ เพราะถูกกระสุนนับร้อยๆนัด

บทสรุป...ไม่น่าเป็นไปได้ ไอ้หนุ่มคนขับโดนกระสุนทั่วตัวกว่า 10 นัด ไม่ระคายผิวเลยแม้แต่น้อย แต่...กระดูกหักหลายชิ้นไม่ตาย ส่วนเสี่ยตายแน่นอน...ร่างกายฉีกขาดสมองกระจายอยู่หลังคนขับ ทั้งที่...ในคอเสี่ยห้อยพระชั้นดีแท้ๆถึง 5 องค์

รวมราคาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

ฟังคนขายเล่า สมพงษ์ก็มีความรู้สึกเชื่อตามนั้น เชื่อว่า ทุกสิ่งมันอยู่ที่ใจ ใจคิดดีทำดีก็ย่อมได้สิ่งดีตอบ จึงยอมเช่าพระทั้ง 7 องค์ ทั้งที่รู้ว่าปลอมอย่างไม่ลังเล

"ไม่ใช่ว่าผมคนเดียวที่เช่าพระเก๊ ยังมีเพื่อนๆกลุ่มอื่นๆหลายพันคน ที่เช่าพระมาแขวนคอกัน

นั่นเพราะ...ไม่มีใครรู้ว่า วันข้างหน้าจะมีอะไรรุนแรงหรือไม่ จึงต้องมีพระไว้คุ้มครอง ดีกว่าไม่มีอะไรเลย จริงไหม?"

สมพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย



น้อย นามอุทัย วัย 27 ปี คนเสื้อแดงจากจังหวัดราชบุรี น่าจะเป็นคนคอเดียวกันกับสมพงษ์ ปรี่เข้ามาเสริมว่า ผมชอบตะกรุดมากกว่า เพราะดูขลังดี มีศิลปะการถักเชือก ราคาไม่แพง

น้อย บอกว่า เช่ามา 3 ดอก จากแผงใกล้ม็อบ 1 ดอก คนขายบอกว่า เป็นของหลวงปู่เฒ่า วัดหนัง ราคา 150 บาท...อีกดอกไปเช่าที่ข้างคลองหลอด ร้านแบกะดิน คนขายบอกไม่รู้ที่ว่าเป็นวัดไหนสร้าง แต่ขาย 300 บาท ลดเหลือ 200 เลยเช่ามา

ดอกสุดท้าย...คนขายบอกเป็นตะกรุดของหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง เสนอขาย 200 บาท

"ตะกรุดทั้ง 3 ดอกนั้น...รู้อยู่เต็มอกว่า ปลอมล้านเปอร์เซ็นต์ แต่ยอมเช่าด้วยเหตุง่ายๆ แค่...ดูเป็นศิลปะดี ถักร้อยด้วยเชือกเหนียว สลับไปมาแบบฟันปลา ดูละเอียดสวยงามมาก แถมลงรักดำมัน ได้น้ำหนักดีมาก มีทั้งตะกั่วและเนื้อทองแดง"